“ป๊อป-นิกร” นำทีม พม.-สธค. ลงพื้นที่โคราช ปลูกป่า ฟื้นฟูให้สภาพป่าให้สมบูรณ์ ในพื้นที่นิคมสร้างตนเองพิมาย อ.พิมาย มอบนโยบาย พม. 8 ด้าน มุ่งสร้างโอกาส พึ่งพาตนเอง ย้ำ! บุคลากรกระทรวง พม. คือ “กำแพงพิงหลัง” ของประชาชนกลุ่มเปราะบาง
สธค.ดำเนินภารกิจควบคู่ไปกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยได้ให้ความสำคัญในการดูแล และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งในภาคเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) สามารถพัฒนาชุมชนภายใต้กรอบการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นหลักการและแนวทางการดำรงอยู่ให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ส่งผลให้สมาชิกในชุมชนมีประโยชน์สุขอย่างยั่งยืน
ด้วยปัจจุบันทรัพยากรป่าไม้ ถูกใช้ประโยชน์มาอย่างยาวนานและรุนแรง ทำให้เกิดภาวะเสื่อมโทรม ทั้งจากการบุกรุกแผ่วถางเพื่อทำเกษตร การเผาป่าเพื่อเก็บหาของป่าและล่าสัตว์ป่า ใช้ที่ดินไม่เหมาะสมตามสมรรถนะของที่ดินป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารและแหล่งทรัพยากรต่าง ๆ เมื่อเสื่อมสภาพทำให้เกิดภาวะฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดน้ำแล้งในฤดูร้อน น้ำหลาก น้ำท่วมในฤดูฝน อุณหภูมิโลกสูงขึ้น “จำเป็นต้องมีการปลูกทดแทน ฟื้นฟูให้สภาพป่าไม้กลับสู่สภาพสมบูรณ์” เพื่อเป็นแหล่งพื้นที่ป่าใช้ประโยชน์เป็นแหล่งอาหารและสามารถเพิ่มช่องทางการหารายได้ให้แก่ชุมชน รวมถึงการพัฒนางานด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากร ป่าไม้ สนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนรวมพลังร่วมใจปลูกต้นไม้ และปลูกป่า ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้มีความอุดมสมบูรณ์ช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดฝุ่นและหมอกควันอีกทั้งลดภาวะโลกร้อน
วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569 – สำนักงานธนานุเคราะห์ หรือ สธค. จะจัดกิจกรรมปลูก
ต้นไม้อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ณ พื้นที่นิคมสร้างตนเองพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา
โดยมี นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สังกัดส่วนราชการระดับกรม รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน กระทรวง พม. คณะผู้บริหาร ข้าราชการ ใน จ.นครราชสีมา รวมทั้ง พันธมิตร ภาคีเครือข่าย และสมาชิกชุมชน เข้าร่วมกิจกรรม รวมจำนวน 300 คน ปลูกต้นไม้ รวมจำนวน 300 ต้น
นางสาวแรมรุ้ง สุบรรณเสนีย์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวว่า ได้กำหนดจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ/ภายใต้โครงการ “โครงการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชนปลูกป่าอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวร่วมกับพันธมิตร” มีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนชุมชนดำเนินกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่สีเขียวใช้ประโยชน์จากไม้ที่ปลูกสร้างรายได้ให้ชุมชน และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ ตลอดจน สร้างพลังบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม. พันธมิตร ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชน รวมทั้งเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของสำนักงานธนานุเคราะห์ในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน จ.นครราชสีมา
อีกทั้ง มีการเปิดให้บริการรับจำนำของสถานธนานุเคราะห์ 52 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ ถนนประจักษ์
ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ให้บริการแก่ประชาชนแล้ว เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินฉุกเฉิน บรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าแก่ประชาชนทั่วไป
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานตามมอบนโยบายการบริหารงานแก่ผู้บริหารและบุคลากรกระทรวง พม. โดยเน้นย้ำการปรับบทบาทการทำงานครั้งสำคัญ เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์สังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย ความเปราะบางทางเศรษฐกิจ และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสของประชาชน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. กล่าวว่า การทำงานของกระทรวงในระยะต่อไป จะไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือแบบเดิม แต่ต้องเปลี่ยนสู่การเป็น “ผู้สร้างโอกาส” ให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเน้นการทำงานเชิงระบบ เชื่อมโยงข้อมูล และป้องกันปัญหาที่ต้นทางมากกว่าการแก้ไขปลายเหตุ
ทั้งนี้ ได้กำหนดเป้าหมายสำคัญในการ “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” โดยมุ่งให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสิทธิ บริการ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเท่าเทียม ภายใต้หลักการ Universal Design ที่ออกแบบระบบรัฐให้รองรับคนทุกกลุ่มโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
สำหรับแนวทางขับเคลื่อนงาน ได้กำหนดนโยบายหลัก 8 ด้าน ได้แก่
>> การใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูล เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิอย่างครบถ้วนในระบบเดียว
>> การพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยยกระดับศูนย์เด็กเล็ก และผลักดันเบี้ยเด็กเล็กถ้วนหน้า
>> การเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว พร้อมทีมช่วยเหลือเร่งด่วนและพัฒนาสายด่วน 1300
>> การสร้างชุมชนเข้มแข็ง ส่งเสริมความหลากหลาย และการพึ่งพาตนเอง
>> การพัฒนาที่อยู่อาศัย ผ่านโครงการบ้านเพื่อคนไทยและการออกแบบเพื่อทุกคน
-การสร้างอาชีพ รองรับสังคมสูงวัยและส่งเสริมการจ้างงานกลุ่มเปราะบาง
>> การแก้ไขปัญหาหนี้สิน ด้วยการเสริมวินัยทางการเงินและเข้าถึงแหล่งทุน
>> การพัฒนาระบบราชการให้เป็นมิตร ทันสมัย และเข้าถึงง่าย
ยังเน้นย้ำว่า บุคลากรกระทรวง พม. คือ ‘กำแพงพิงหลัง’ ของประชาชนกลุ่มเปราะบาง พร้อมให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ทั้งในด้านนโยบาย ระบบ และกฎหมาย เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“สังคมที่ดีไม่ได้เกิดจากนโยบายบนกระดาษ แต่เกิดจากคนที่เชื่อว่าตนเองสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้อื่นได้ และผมเชื่อว่าพลังนั้นอยู่ในทุกคนของกระทรวง พม.” รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. กล่าว
ทั้งนี้ สำนักงานธนานุเคราะห์ มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภารกิจการดำเนินงานการจัดกิจกรรม ปลูกต้นไม้ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ภายใต้ “โครงการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชน ปลูกป่าอนุรักษ์พื้น ที่สีเขียวร่วมกับพันธมิตร” เพื่อสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพิ่มพื้นที่สีเขียว และส่งเสริม การมีส่วนร่วมของชุมชนในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยกิจกรรมครั้งนี้นอกจากจะช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคชุมชน และภาคีเครือข่าย ในการร่วมกันสร้างคุณค่าทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคตของประเทศได้อย่างยั่งยืน ต่อไป































