วันนี้ผมขอแนะนำร้านส้มตำ ราคา 20 บาท แต่คุ้มค่าทั้งรสชาติและราคามาฝากกัน เน้น!! !ว่า 20 บาทจริงๆ อยากรู้กันแล้วใช่มั้ยครับว่า ชื่อร้านอะไร? อยู่ตรงไหน?
ขอแนะนำเจ้าของความอร่อยกันก่อน คุณกัลยาณี ภูมิสายดอน อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 518 ถนนจอมพล (แถวตลาดหลักเมืองโคราช) เดิมทีเจ้จิตเป็นชาว จ.สกลนคร แต่โยกย้ายถิ่นฐานมาทำมาหากินตามพี่น้อง และต่อมาแต่งงานมีครอบครัว ทำอาชีพขายอาหารการกินตลอดมา
ช่วงแรกๆ เจ้จิตหาทำเลขายส้มตำผ่านมาหลายที่ เริ่มที่แถวมาร์โคหัวรถไฟ ต่อมาเปลี่ยนมาขายข้าวแกงแถวกสิกรไทย แล้วย้ายไปขายแถวโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา “ใครว่าตรงไหนดีก็ไปลองดู” จนท้ายสุดมาปักหลักอยู่หน้าบ้านสิริจินดา “ฉันมาขอคุณป๊อกเจ้าของบ้านเขาขาย” แกบอกว่า “ไม่เอาไม่ให้ขาย!! ถ้าจะมาเช่า!! แต่จะให้ขายฟรี!!”
สิบกว่าปี ที่เจ้จิตปักหลักขายส้มตำหน้าบ้านสิริจินดาแห่งนี้ “เจ้าของบ้านยังให้ใช้น้ำฟรีอีกด้วย คุณป๊อกแกเป็นคนใจดี ฉันนี้เกรงใจแกมากๆ ได้ที่ทำมาหากินทุกวันนี้ไม่ลืมบุญคุณแกเลย…” เจ้จิตพูดอย่างซาบซึ้งใจ
ร้านเจ้จิตส้มตำ เป็นแผงลอยริมทาง ตั้งอยู่กลางซอยสิริจินดา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ถ้าเข้าทางถนนอัษฎางค์ ก็เข้าข้างคลังเก่า ถ้าเข้าทางถนนจองพล ก็เข้าข้างธนาคารกสิกรไทย ซึ่งเป็นโซนที่ห่างไกลจากร้านค้าอื่นๆ ลูกค้าจะมาซื้อกลับไปกินที่บ้าน เนื่องจากร้านนี้ไม่มีโต๊ะให้นั่งกิน
เจ้จิตขายส้มตำในราคาที่เรียกว่าเข้าถึงลูกค้า ตามแบบวิถีชีวิตคนไทยที่เน้นเรื่อง “พออยู่พอกิน” ถึงราคาแค่ 20 แต่รับรองความนัว ความแซ่บทุกเมนู ไม่ว่าจะเป็นตำลาว ตำไทย ตำผสม ตำขนมจีน ตำซั่ว ตำปู ตำแตง ตำถั่ว ฯลฯ จะปลาร้า ไม่ปลาร้า สั่งได้หมด ของดีของถูกต้องลองแซ่บ!! ผมบอกได้เลยว่ารสชาติเด็ดมากๆ
เจ้จิตบอกว่า “ตั้งใจขายราคานี้ ก็เพื่อแบ่งปันคนที่มีเงินน้อย หรือคนที่ไม่มี จะได้ซื้อกินได้” ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะบอกปากต่อปาก ทำให้ได้ลูกค้าใหม่มาช่วยอุดหนุนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ปกติจะเปิดขายตั้งแต่ 7 โมงเช้าไปจนถึงบ่าย 2 โมงก็เก็บร้านกลับบ้านแล้ว ยกเว้นวันอาทิตย์เจ้จิตขอหยุดอยู่บ้านนับตังค์ 1 วัน
สำหรับเครื่องปรุงในการตำส้มตำ เจ้จิตก็มีความพิถีพิถันคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นมะละกอ ต้องเป็นมะละกอดำเนิน ที่ให้ความหวานในเนื้อมะละกอ พร้อมกับความกรอบอร่อย เครื่องปรุงต่างๆ ที่ใหม่สด ดี และมีคุณภาพ ซื้อวันต่อวันไม่มีค้างเหลือ ไม่ว่าจะเป็นมะเขือ ก็ใส่ทั้งมะเขือเทศ และมะเขือเปรี้ยวสดๆ ถั่วลิสงคั่ว ปลาร้าต้มสุก ปูเสม ปูทะเลดอง น้ำตาลปี๊ปก็ต้องใช้น้ำตาลมะพร้าว มะนาวก็ใช้แต่มะนาวเพชร จึงได้รสชาติความอร่อย ของส้มตำแต่ละครกแบบครบสูตร
สำหรับส้มตำที่อร่อยและขายดีสุด เจ้จิตบอกว่าน่าจะเป็น “ตำลาว” ที่มียอดขายพุ่งกระฉูดทุกวัน แต่สำหรับผมเองให้คะแนน “ตำไทย ใส่ถั่วดิน ใส่กุ้งแห้ง” มากกว่า เพราะรสชาติถูกปากผมจริงๆ เจ้จิตจะใส่ถั่วลิสงคั่ว ใส่กุ้งแห้งฝอยลงไปตำกับส้มตำไทยที่ไม่ใส่ปลาร้า รสชาติลงตัวพอดี เวลากินได้กลิ่นความหอมของถั่วลิสงคั่ว และความเค็มของกุ้งแห้งฝอย และน้ำปลาชั้นดี ตัดด้วยรสชาติความหวานของน้ำตาลปี๊ป ความกรุ๊บกรอบของเส้นมะละกอ ได้รสชาติความเปรี้ยวกำลังดีจากน้ำมะนาวสดและมะเขือเทศ เรียกว่าทั้งกลิ่นและรสลงตัวกันอย่างพอดิบพอดี ออกมาทั้งสีสันและหน้าตาน่ากิ๊นน่ากิน รสชาติทั้งเผ็ดทั้งแซ่บ จนต้องบอกว่า “แซ่บนัวสุดขั้วหัวใจ”
ใครจะเอารสชาติแบบไหน เผ็ดน้อย เผ็ดมาก เผ็ดปานกลาง เผ็ดพยศ เผ็ดสลบ เผ็ดลืมซอย ลูกค้าจะสั่งอย่างไรก็บอกได้ จะเอารสเปรี้ยว รสหวาน ใส่น้ำตาล ไม่ใส่น้ำตาล เอาพริกสดพริกแห้ง ใส่โน้นใส่นี่ เจ้จิตตำได้ทั้งนั้น ด้วยสูตรตามใจลูกค้า แต่ออกมาอร่อยหมดทุกครก แบบนี้ไม่เรียกว่า “ฝีมือ” แล้วจะเรียกว่ายังไง
ถึงเจ้จะไม่เคยได้รับรางวัลครกทอง-สากทอง จากที่ไหน แต่ผมก็เทคะแนนใจความอร่อยให้ระดับ 5 ดาวได้เลย ผมไปยืนรอส้มตำ ดูเจ้จิตแกตำอย่างคล่องแคล่ว ชำนิชำนาญ ยืนรอไปก็กลืนน้ำลายไปตั้งหลายที กว่าจะถึงคิว ทั้งสากทั้งทัพพีคลุกเคล้าจนส้มตำในครกเข้ากัน หลายคนที่ยืนรอ ผมสังเกตดูลูกกระเดือกกลืนน้ำลายเฮือกๆ จะว่าไปถึงแม้ว่าจะต้องรอกันหน่อย แต่ผมก็ว่าอร่อยเกินคุ้ม

พูดถึงเรื่องการแบ่งปันให้กับคนที่มีต้นทุนน้อยกว่า นับว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม เช่นเดียวกับเจ้จิต ที่เปิดร้านขายส้มตำในราคาถูก 20 บาท เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีต้นทุนน้อย เจ้จิตเล่าว่า “เมื่อก่อนฉันก็ขาย 30 บาทนั่นหล่ะ แต่มีอยู่วันหนึ่งมีผู้ชายคนนึงกำเงินมา 20 บาท เขาบอกว่าผมมีเงิน 20 บาท ผมอยากกินส้มตำตำให้ผมได้ไหม” เจ้จิตสงสารจึงตำส้มให้ลูกค้าคนนั้นกินฟรีเลย และตั้งแต่นั้นมาเจ้จิตตั้งราคาขายแค่ 20 บาทตลอดมา เจ้จิตมองว่าการให้เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากกว่าผลกำไร ทำให้ร้านเจ้จิตส้มตำเป็นที่รักของลูกค้าตลอดมา
นอกจากนี้ที่ร้านยังมีกับข้าวแกงถุงราคาถูก อีกมากมายหมุนเวียนเปลี่ยนไปในแต่ละวัน ที่จะขอยกมาแนะนำก็มี แกงคั่วหอยขม ต้มยำไก่ ต้มยำไข่ปลา แกงขี้เหล็ก แกงส้ม แกงเปรอะ ลาบหมู ลาบปู ยำหัวหมู ยำหมูยอ ตับหวาน น้ำตกหมู ผัดเผ็ดปลาดุกกระเพรากรอบ หมูทอด ปลาส้มทอด ปลาหมึกทอด ปลาหวานทอด ปลาร้าทอด ปลาแดดเดียว ไข่ต้ม ข้าวเหนียว ข้าวสวย ขนมจีน และยังมีขนมหวานน้ำกะทิต่างๆ อีก แต่ละอย่างรสชาติเริ่ด การันตีจากคิวลูกค้าที่มายืนรอยาวเฟื้อย ยิ่งช่วยเที่ยงๆ ลูกค้าแน่นมาก ร้านนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ท้ายสุดเจ้จิตบอกว่า “เรื่องราคาไม่ต้องห่วงจะตรึงราคา 20 บาทไปอีกนานๆ ขายพออยู่ได้ก็พอแล้ว” ก็ลองไปอุดหนุนกันดูรับรองว่า “แซ่บนัวสุดขั้วหัวใจ”

































