แบ่งปัน

ประชาพิจารณ์เสียงแตกรถไฟฟ้ารางเบา LRT วิ่งผ่ากลางเมืองโคราช งบสร้าง 32,600 ล้านบาท มีทั้งหนุนและต่อต้าน  ใบปลิวว่อนระบุข้อความ “ห้ามจอดรถตลอดแนว” ถนนมุขมนตรี ถนนโพธิ์กลาง ถนนสุรนารี ส่งผลให้พ่อค้า-แม่ค้า ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปเกรงจะได้รับผลกระทบ บรรยากาศค่อนข้างตรึงเครียด ด้าน ผศ.ดร.รัฐพล ภู่บุบผาพันธ์ อาจารย์สาขาวิศวกรรมศาสตร์ มทส. แจง ประชาชนอย่าเข้าใจผิด สามารถจอดรถข้างทางได้ตามปกติ ขณะที่ สุรวุฒิ เชิดชัย นายกเล็กโคราช แนะ ทดลองนำรถบัสพลังงานไฟฟ้ามาวิ่งก่อน จะได้ทราบปัญหาที่แท้จริง

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นประชาชน ครั้งที่3 โครงการศึกษาแผนแม่บทจราจร และแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองนครราชสีมา ณ ห้องสุรนารี โรงแรมดุสิตปริ๊นเซสโคราช โดยมี ว่าที่ร้อยตรี นิรันดร์ ดุจจานุทัศน์ ปลัดจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผอ.สนข. เป็นประธานฯ โดยมี หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และประชาชนมาร่วมจำนวนมาก เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560

นางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)  กล่าวว่า “รัฐบาลมีนโยบายเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและคมนาคม โดยด้านคมนาคมทางบก เริ่มจากการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร และรถไฟฟ้าเชื่อมกรุงเทพมหานครกับเมืองบริวารเพิ่มเติม”

“ซึ่งกำหนดกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ.2558-2565 ในระยะเร่งด่วนจะดำเนินการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงกับเมืองหลักในภูมิภาค และแก้ไขปัญหาการจราจรจากเมืองหลักในภูมิภาค ด้วยระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ซึ่งจังหวัดนครราชสีมา เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ มีการเจริญเติบโนทางเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยว เป็นศูนย์กลางการเดินทางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงการเป็นประตูสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้เกิดปัญหาปริมาณการจราจรภายในจังหวัดหนาแน่น การกระจายสินค้า และบริการ ตลอดจนการขนส่งสาธารณะไม่คล่องตัว”

นางวิไลรัตน์ กล่าวอีกว่า “ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการจราจรภายในจังหวัดนครราชสีมาในอนาคต และแก้ไขปัญหาจราจรอย่างยั่งยืน ทาง สนข.จึงได้ดำเนินการศึกษาเพื่อจัดทำแผนแม่บทจราจร และแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองนครราชสีมา เพื่อเป็นโรดแมปครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการจราจรขนนส่งสาธารณะ และเพื่อให้การเดินทางสัญจรในจังหวัดนครราชสีมา มีความคล่องตัว”

“และสามารถเชื่อมโยงการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างเป็นรูปธรรม ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล อันจะนำไปสู่การบรรเทาสภาพปัญหาการจราจรในอนาคต ทาง สนข. จึงได้ลงพื้นที่จัดประชุมกลุ่มย่อย เพื่อพบปะกับผู้นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 12 ครั้ง และมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน 2 ครั้ง จนนำมาสู่แผนแม่บทการสร้างระบบขนส่งรถรางเบา LRT ครั้งนี้ขึ้น” นางวิไลรัตน์ฯ กล่าว

ขณะที่บรรยากาศในการสัมมนาค่อนข้างจะคึกคักและตรึงเครียด เนื่องจากมีการแจกใบปลิวระบุข้อความห้ามจอดรถตลอดแนว ถนนมุขมนตรี ถนนโพธิ์กลาง ถนนสุรนารี ทำให้ผู้ประกอบการค้า ประชาชนเกรงจะได้รับผลกระทบจากรูปแบบโครงการ ฯ จากนั้นก็มีประชาชนจำนวนมากเริ่มทยอยเดินทางมาร่วมการประชาพิจารณ์ จนต้องมีการสำรองเก้าอี้นั่งเพิ่ม  พร้อมด้วยการนำกำลังมาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด

ในช่วงที่เปิดให้มีการแสดงความคิดเห็น ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการโครงการ ฯ ดังกล่าว เนื่องจากแนวเส้นทางผ่าใจกลางเมือง ไม่สามารถตอบโจทย์การขนส่งสาธารณะได้ถูกต้อง การห้ามจอดรถยนต์ในเขตเมือง ซึ่งถนนค่อนข้างคับแคบ จุดจอดรถอยู่หน้าร้านค้า จะทำให้เกิดผลกระทบอย่างต่อเนื่อง และอยากให้กลับไปทบทวนเรื่องนี้อีกครั้ง

นายสุรวุฒิ เชิดชัย  นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ว่า ได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นการก่อสร้างรถไฟรางเบา LRT ช่วงเส้นทางผ่านย่านกลางเมือง และไม่ให้จอดรถยนต์ริมสองฝั่งถนน จึงขอให้ สนข.ทดลองนำรถบัสพลังงานไฟฟ้ามาวิ่งก่อน จะได้ทราบปัญหาที่แท้จริง ตนในฐานะตัวแทนชาวโคราช อยากให้ทุกคนมีความคิดเห็นตรงกัน จะได้ไม่เกิดความขัดแย้งภายหลัง

ด้าน ผศ.ดร.รัฐพล ภู่บุบผาพันธ์ อาจารย์สาขาวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) กล่าวว่า “จากผลการศึกษาเส้นทางรถราง LRT ในตัวเมืองโคราชมี 3 เส้นทาง คือ สายสีเขียว สายสีส้ม และสายสีม่วง ซึ่งในเฟสแรกจะเริ่มจากสีเขียว กับสีส้มก่อน ส่วนเฟสที่2 จะเป็นสีม่วง เฟสที่3 ก็จะเป็นส่วนต่อขยาย”

“เท่าที่ทราบจากการไปสอบถามประชาชนที่อาศัยบริเวณรถรางผ่าน ทุกท่านกังวลว่าหากมีรถรางแล้วจะทำให้ไม่สามารถจอดรถยนต์ได้ ตรงนี้เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง 100%  เพราะในบางถนนเราไม่ได้ห้ามจอดเพราะไม่เกี่ยวข้องกับโครงการเลย อย่างเส้น ถ.มุขมนตรี กับ ถ.โพธิ์กลาง ซึ่งเป็นเฟสแรกเราออกแบบ ให้รถวิ่งตรงกลางถนน เราไม่ได้ระบุไปว่าห้ามจอดตรงไหน อย่างสถานีจุดจอดรถรางเราพยายามที่จะเลือกบริเวณที่เจ้าของอาคารร้านค้าตรงนั้นเห็นด้วย”

“ซึ่งการจอดรถของประชาชนข้างทางก็ยังทำได้ตามปกติ และตามกฎจราจรที่จะปรับรูปแบบอย่างไร ตามเส้นทางที่ รถไฟฟ้า LRT วิ่งผ่านนั้น สามารถจอดรถส่วนบุคคลได้ชั่วคราว แต่หากเป็นช่วงเวลาที่รถไฟฟ้า LRT ไม่ได้ให้บริการก็สามารถจอดรถส่วนบุคคลได้ตลอดเวลา”

ผศ.ดร.รัฐพล กล่าวอีกว่า “โดยแต่ละช่วงที่เป็นสถานีจอดรถไฟฟ้า LRT เป็นพื้นที่ของหน่วยราชการ วัด หรืออื่นๆ ที่รบกวนประชาชนทั่วไปน้อยที่สุด นอกจากนั้นแล้วการศึกษาครั้งนี้ได้ดำเนินการ เพื่อวางแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะและการจัดระบบการจราจร รวมถึงการวางแผนพัฒนาพื้นที่ในเมืองโคราช เพื่อส่งเสริมความสะดวกสบาย เพื่อให้ประชาชนและข้าราชการ ได้ใช้รถไฟฟ้า LRT แบบประหยัดอีกด้วย”

“โครงการรถราง LRT จะเป็นการส่งเสริมในการลดค่าใช้จ่าย และเพื่อความปลอดภัย ในการเดินทาง พร้อมทั้งเพื่อพัฒนา เมืองโคราชให้ทันสมัย เทียบเท่ากับนานาอารยะประเทศ ที่มีความเจริญรุ่งเรือง และยังส่งเสริมทางด้าน จริยะธรรมและการท่องเที่ยว รวมทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นเมืองโคราชด้วย”

“ซึ่งขั้นตอนต่อไป หลังจากการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ และการจัดระบบการจราจร รวมถึงการวางแผนพัฒนาพื้นที่ในเมืองโคราช จะเป็นขั้นตอน การออกแบบรายละเอียด และ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งประชาชน ที่เกี่ยวข้องโดยตรง สามารถแสดงความคิดเห็นได้อีกครั้งในช่วงเวลานั้น เพื่อการปรับปรุงออกแบบ เพื่อการนำไปสู่การปฏิบัติการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า LRT ต่อไป” ผศ.ดร.รัฐพลฯ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับการก่อสร้างนั้น คาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวม 32,600 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ สายสีเขียว สายสีส้ม และสายสีม่วง ซึ่งจุดจอด/สถานี จะมีระยะห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร โดยการก่อสร้างจะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย

ระยะที่ 1 : 2 เส้นทาง ได้แก่ สายสีส้มเข้ม เส้นทางเริ่มจากแยกประโดก – ถนนช้างเผือก – คูเมืองเก่า ระยะทาง 9.81 กิโลเมตร จำนวน 17 สถานี และสายสีเขียวเข้ม เส้นทางเริ่มจากตลาดเซฟวัน – ถนนมุขมนตรี – สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์ ระยะทาง 11.17 กิโลเมตร จำนวน 18 สถานี

ระยะที่ 2 : สายสีม่วงเข้ม เส้นทางเริ่มจากตลาดเซฟวัน – ถนนมิตรภาพ – สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์ ระยะทาง 11.92 กิโลเมตร จำนวน 9 สถานี

ระยะที่ 3 : สายสีส้มอ่อน เส้นทางเริ่มจากโรงเรียนเทศบาล 1 – หัวทะเล – ดูโฮม ระยะทาง 5.37 กิโลเมตร จำนวน 4 สถานี สายสีเขียวอ่อน เส้นทางเริ่มจากสถานีทดลองการใช้น้ำชลประทานที่ 3 (ห้วยบ้านยาง) – ตลาดเซฟวัน และสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ บ้านนารีสวัสดิ์ – สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา สาขา 2 ระยะทาง 12.12 กิโลเมตร จำนวน 13 สถานี และสายสีม่วงอ่อน เส้นทางเริ่มจากมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล – แยกจอหอ – ค่ายสุรนารายณ์ ระยะทาง 4.48 กิโลเมตร จำนวน 3 สถานี

ขณะนี้ผลการศึกษาได้ผ่านขั้นตอนการสรุปผลการศึกษาระบบเทคโนโลยีและโครงข่ายที่เหมาะสมรวมถึงการคัดเลือกเส้นทางสำหรับเป็นโครงการนำร่อง เพื่อออกแบบแนวคิดเบื้องต้น (Conceptual Design) แล้ว โดยครั้งนี้ สนข ได้นำเสนอผลการศึกษามารับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ไปประกอบการพิจารณาดำเนินโครงการต่อไป

 

แบ่งปัน