เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ โดยการสนับสนุน ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงาน Smoke-free School Innovation 2020 ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อมอบรางวัลนวัตกรรมโรงเรียนปลอดบุหรี่ดีเด่นที่พัฒนานวัตกรรมเพื่อการควบคุมยาสูบ เมื่อวันที่12 ก.ย.63
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า ในแต่ละปี ประเทศไทยมีนักสูบหน้าใหม่เกิดขึ้น 2 แสนคน โดยอายุเฉลี่ยของการติดบุหรี่อยู่ที่ 17 ปีเศษ ซึ่งนักสูบหน้าใหม่เหล่านี้ 70% จะเลิกสูบไม่ได้ไปตลอดชีวิต และนอกจากเสพติดแล้ว ครึ่งหนึ่งของเด็กที่เลิกสูบบุหรี่ไม่ได้ จะป่วยและเสียชีวิตก่อนเวลาด้วยโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ทุกฝ่ายในสังคมไทยจึงต้องร่วมกันรับผิดชอบในการป้องกันเด็กไทยจากการเสพติดบุหรี่
ในโอกาสนี้ได้เปิดเผยข้อมูลสำรวจของหน่วยปฏิบัติการวิจัยและวิชาการด้านการควบคุมยาสูบภาคเหนือ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก โดย ผศ.ดร.จักรพันธ์ เพชรภูมิ หัวหน้าโครงการวิจัย สรุปผลสำรวจการเข้าถึงยาสูบของนักเรียนชั้น ม.2 จำนวน 3,982 คนทั่วประเทศ จาก 4 ภาค ภาคละ 1 อำเภอ ผลคือนักเรียนส่วนใหญ่แม้จะมีทัศนคติไม่ดีต่อการสูบบุหรี่ แต่มีความรู้เรื่องสารพิษในบุหรี่ในระดับต่ำ และรับรู้ความเสี่ยงของการเป็นโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ในระดับปานกลาง
ขณะที่การเข้าถึงยาสูบยังง่ายมาก โดย 63.75% ซื้อผลิตภัณฑ์ยาสูบจากร้านสะดวกซื้อ หรือร้านขายของชำ โดยที่ 37.26% ไม่เคยถูกปฏิเสธจากร้านค้า 60.13% ซื้อแบบแบ่งขายเป็นมวน มีค่าใช้จ่ายในการซื้อยาสูบ เดือนละ 93 บาท 30.63% ขอจากเพื่อน หรือขอซื้อต่อจากเพื่อน ทั้งนี้ยังพบว่า 41.06% สูบในบ้านหรือบ้านเพื่อน 46.35% มีความคิดที่จะเลิกแต่ไม่เคยลงมือเลิก “ข้อมูลเหล่านี้แสดงถึงความสำคัญของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ต้องมีส่วนร่วมกันอย่างแข็งขันมากขึ้น ในการป้องกันเด็ก ๆ จากการเสพติดบุหรี่” ศ.นพ.ประกิต กล่าว
ด้านนางสุวิมล จันทร์เปรมปรุง คณะกรรมการบริหารเครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ กล่าวว่า เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ ได้ขับเคลื่อนโครงการพัฒนานวัตกรรมโรงเรียนปลอดบุหรี่ โดยมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาและยกระดับนวัตกรรมการดำเนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่อย่างเป็นรูปธรรม กับกลุ่มเป้าหมายเครือข่ายโรงเรียนปลอดบุหรี่ที่เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ได้สร้างไว้ โดยเป็นการพัฒนาให้เกิด “นวัตกรรมการดำเนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่” จากการใช้ 7 มาตรการเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ ที่มีมิติการดำเนินงานแต่ละมาตรการในเชิงลึก วัดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมตามหลักวิชาการ
ทั้งนี้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีโรงเรียนที่พัฒนานวัตกรรมทั้งหมด 25 แห่ง โดยมี 15 แห่งที่ได้รับโล่นวัตกรรมโรงเรียนปลอดบุหรี่ ระดับดีเด่น เช่น นวัตกรรมนาฏมวยไทยต้านภัยบุหรี่ จากโรงเรียนหกสิบพรรษาวิทยาคม อุบลราชธานี โดยการนำนักเรียนกลุ่มสูบ กลุ่มเสี่ยง ฝึกฝนกระบวนท่าแม่ไม้มวยไทยจนสามารถขึ้นแสดงได้ในหลายเวที ทำให้นักเรียนรู้สึกรักและเห็นคุณค่าในตัวเอง ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่และพฤติกรรมเสี่ยงอีก
นวัตกรรมสติ๊กเกอร์ไลน์ ไดโนปลอดบุหรี่ จากโรงเรียนสาธิตมหาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา(มอดินแดง) จ.ขอนแก่น ใช้ตัวการ์ตูนรูปไดโนเสาร์ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่นใส่ข้อความรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ทำเป็นสติ๊กเกอร์ที่ใช้ส่งในแอพพลิเคชั่นไลน์ นวัตกรรมการปลูกฝังค่านิยมการไม่สูบบุหรี่ในเด็กปฐมวัยด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบโครงการ (Project Approach) จากโรงเรียนอนุบาลอัจฉรา จ.นครราชสีมา เด็กปฐมวัยสามารถไปสื่อสารเรื่องบุหรี่แก่ผู้ปกครอง และทำให้ผู้ปกครองเลิกบุหรี่ได้
































