นักธุรกิจหนุ่มแห่งโครงการบ้านอยู่สบาย นำโชค วัฒนสินศักดิ์ “ฮอลล์” ชี้ทิศทาง อสังหาริมทรัพย์โคราชปีหน้าสดใสแน่นอน หลังภาครัฐเริ่มออกมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภคที่อยากมีบ้านสามารถซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น ขณะที่โครงบ้านอยู่สบายพร้อมขานรับนโยบายภาครัฐ เพื่อเป็นฟังเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เดินหน้าลุยเฟสใหม่ “ออโรร่า” บ้านเดี่ยวชั้นเดียว ทำเลจอหอ-บึงทับช้าง อยู่ภายในบี๊กโปรเจค “Hanava” ราคาถูกที่สุดจับต้องได้ เริ่มต้นเพียง 1.99 ล้านบาท เผยผลประกอบการทุกโครงการในเครือ “อยู่สบาย” ดีเกินคาด
นายนำโชค วัฒนสินศักดิ์ (ฮอลล์) ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท โชควิวัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด โครงการบ้านในเครือบ้านอยู่สบาย เปิดเผยถึงความคืบหน้าของบิ๊กโปรเจค “Hanava” บนพื้นที่ 300 กว่าไร่ บริเวณบึงทับช้าง ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา ว่า ในช่วงที่ผ่านมา เราได้ขึ้นบ้านจัดสรรไปแล้ว 2 เฟส คือ บ้านเดี่ยวชั้นเดียว “Symbolic” และบ้านเดี่ยว 2 ชั้น “Ultima” ทั้งสองเฟสสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบถ้วน กระแสตอบรับดีเกินคาด และล่าสุดเราได้ขึ้นเฟสใหม่อีกแห่ง โดยใช้ชื่อว่า “ออโรร่า” เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวทั้งหมด รูปแบบ ดีไซน์ มาตรฐาน คุณภาพ เหมือนกันกับ “Symbolic” ต่างกันเพียงทำเลในการก่อสร้าง
สำหรับโครงการ “ออโรร่า” มีทั้งหมด 140 ยูนิต ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 30 ไร่ ภายในโครงการ “Hanava” มูลค่าโครงการกว่า 300 ล้านบาท ขณะนี้ได้เริ่มการก่อสร้างไปแล้วกว่า 30 ยูนิต กระแสตอบรับตอนนี้ดีมาก มีลูกค้าเข้ามาจองหมดแล้ว ปัจจัยที่ส่งผลให้ยอดขายดีเกินคาด น่าจะมาจากราคาขายบ้าน ที่เรากล้าการันตีได้ว่าถูกที่สุดในโคราช ราคาเริ่มต้นเพียง 1.99 ล้านบาท สามรถตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากมีบ้านในราคาไม่แพงได้ตรงตามความต้องการ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าวัยทำงาน และกำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัวใหม่ สามารถจับต้องบ้านได้ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายๆ

ในส่วนของ “Symbolic” และ “Ultima” ภายในโครงการ “Hanava” ตั้งแต่เปิดขายมาจนถึงปัจจุบัน ยอดขายดีเกินกว่าที่เราคาดไว้ ลูกค้าให้ความสนใจเข้ามาชมและเลือกจองอย่างต่อเนื่อง บ้านดีมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ราคาจับต้องได้ และที่สำคัญเขารู้ดีว่าทำเลบริเวณนี้จะเป็นเมืองใหม่ในอนาคต การคมนาคมสะดวกสบาย หากไม่รีบซื้อก็จะพลาดโอกาสได้ จึงทำให้ผลประกอบการของทั้ง 2 เฟส เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย “Ultima” บ้านเดี่ยวสองชั้น โอนไปแล้วกว่า 30% และ “Symbolic” บ้านเดี่ยวชั้นเดียวโอนไปแล้วกว่า 60%

สำหรับความคืบหน้าของโครงการ “Hanava” เป็น Community Mall ขนาดใหญ่ครบวงจร ตั้งอยู่ด้านหน้าโครงการ เป็นอาคาร 3 ชั้น ขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้างไปตามแผนที่กำหนด โดยภายในจะมี ร้านค้า 15 ล็อค และเป็น Food Court ประมาณ 20 ร้าน เป็นพื้นที่เช่าทั้งหมด สามารถหล่อเลี้ยงตัวเองได้ โดยจะมีร้านค้าดังๆ มาเปิดให้บริการครบวงจร รวมทั้งสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นที่นี้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะเราอยากให้ “Hanava” เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ เป็นจุดเช็คอิน เป็นหัวใจ เป็นสถานที่ออกกำลังกาย และเป็นปอดอีกแห่งของชาวโคราชในเวลาอันใกล้นี้

ในส่วนของโซนหัวทะเล หลังจากได้เปิดตัวโครงการล่าสุดไปเมื่อไม่นานมานี้คือ “ดิ แอ็ปโซลูท” บ้านเดี่ยวชั้นเดียว จำนวน 289 ยูนิต บนพื้นที่ 80 กว่าไร่ ทำเลทอง บ้านหนองตาคง ติดถนน 4 เลน ตรงข้ามสวนสมเด็จพระเทพฯ รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ ลูกค้าก็ให้การตอบรับดีมาก เพราะเชื่อว่าอาจจะเป็นโครงการสุดท้ายของ “บ้านอยู่สบาย” ที่จะสร้างในโซนนี้ และจะหาไม่ได้อีกแล้ว แต่ล่าสุดเราได้ไปซื้อที่ดินเพิ่มอีกแปลงในบริเวณใกล้ๆ กัน เพื่อจะพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบบ้านจัดสรรต่อในโซนหัวทะเล ซึ่งเป็นทำเลที่อยู่อาศัยที่หลายคนต้องการ แต่จะเป็นบริเวณไหนนั้นคาดว่า กลางปีหน้าจะให้ข่าวอีกครั้ง

นายนำโชคฯ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงอีกหนึ่งโปรเจคที่จะเปิดตัวในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 เป็นโครงการให้เช่า ภายใต้ชื่อ “ยูวิลล์” จุดนัดพบอีกแห่งในทำเลที่โดดเด่น แยกไฟแดงหนองตาคง ติดถนนสาย ฉ. ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้แนวคิดของผู้บริหารฯ ที่ต้องการนำสิ่งใหม่ๆ มาให้บริการลูกค้าที่อาศัยอยู่ในโซนหัวทะเล โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินทางไปในตัวเมือง ภายในจะมีทั้งหมด 30 ล็อค มีร้านค้าดังๆ มาเปิดให้บริการประมาณ 10 ร้านค้า (บางร้านใช้พื้นที่ 2-3 ล็อค) ไม่ว่าจะเป็น ร้านกาแฟอเมซอน, แหนมเนือง, ก๋วยเตี๋ยวเรือ, ขนมบ้านคุณย่า, ร้านมือถือ, ร้านแว่นตา, ชานมไข่มุก โนบิชะ, คลินิกทั่วไป, ร้านขายยา, ซีพีพอร์ค ชอป, ร้านโชวห่วย, ร้านขายส่ง, นิ่มเอ็กเพรส, ร้านซักรีด ฯลฯ ด้านหน้าจอดรถได้ประมาณ 80 คัน ซึ่งคาดว่าหลังเปิดให้บริการ จะทำให้เศรษฐกิจในย่านชุมชนนี้คึกคัก และมีเงินสะพัดอย่างแน่นอน

ต่อข้อซักถามถึงมาตรการของภาครัฐที่ประกาศออกมาเพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ นายนำโชคฯ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ดีและเชื่อว่ารัฐมาถูกทางแล้ว การเข้ามาช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ จะเป็นฟันเฟืองที่จะช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี บ้านขายได้ วัสดุก่อสร้างขายได้ คนมีงานทำ มีเงินไปใช้จ่าย ฯลฯ เศรษฐกิจมันก็จะเดินไปข้างหน้า ดังนั้นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ขาดไม่ได้เลยคือ ภาคอสังหาริมทรัพย์ และเรามั่นใจว่าในปีหน้า 2563 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะกลับมาคึกคักและสดใสแน่นอน
































