แบ่งปัน
อบจ.โคราช โปร่งใส ตรวจสอบได้ อนุมัติ 54 ล้านบาท จัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ตรงสเป๊ค เกิดประโยชน์กับประชาชน ด้าน “มาดามหน่อย” เผย อยากเห็น รพ.สต. 182 แห่ง ดูแลสุขภาพชาวบ้านระดับ “ปฐมภูมิ” แบบครอบคลุมทุกด้าน
2 มีนาคม 2569 ที่ รพ.สต.โตนด ต.หนองระเวียง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายวีระชาติ ทุ่งไผ่แหลม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และนางสาวพรรษ์สุดา ไก่แก้ว ผอ.กองสาธารณสุข หัวหน้าส่วน ผอ.สำนัก ร่วมกันเดินทางไปตรวจติดตาม หลังมีการถ่ายโอน รพ.สต.มาสังกัด อบจ.นครราชสีมา โดยมีผู้บริหาร แพทย์ บุคลากร เจ้าหน้าที่ อสม. ชาวบ้านร่วมให้การต้อนรับ
ทั้งนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ยืนว่า รพ.สต. จำนวน 182 แห่ง ที่ถ่ายโอนมาแล้ว ต้องดีขึ้น แม้เป็นเพียงการดูแลระดับปฐมภูมิ ก็ต้องมีประสิทธิภาพ ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อชุมชน ต้องทันสมัย ใช้งานได้จริง ที่สำคัญต้องคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่จัดซื้อ เพราะทุกบาททุกสตางค์มาจากเงินภาษีของประชาชน ประชาชนต้องได้รับประโยชน์สูงสุด หลังจากที่ถ่ายโอนจากกระทรวงสาธารณสุขมาสังกัด อบจ. มีการพัฒนาการให้บริการ รวมถึงอุปกรณ์ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และได้มาเห็นว่าการบริการทุกขั้นตอน มีความใส่ใจในการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน มีการใช้ระบบเทคโนโลยีเก็บข้อมูลของผู้เข้ารับบริการด้านสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลของ
อบจ.แม้จะเป็นเพียงการให้บริการในระดับปฐมภูมิ แต่เราก็พยายามที่จะพัฒนาไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน อาคารสถานที่ในการให้บริการครุภัณฑ์ทางการแพทย์ วัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น เราไม่เพียงให้บริการแค่ในชุมชน เรายังมีคอนแทคกับโรงพยาบาลประจำอำเภอ ในการออกหน่วยตรวจร่วมกัน และที่สำคัญในเรื่องของการให้บริการด้านทันตกรรม เรามียูนิตทันตกรรมที่ทันสมัย เพื่อให้บริการทั้งเด็กนักเรียนโรงเรียนในพื้นที่ ให้บริการและพี่น้องประชาชนที่มีปัญหาสุขภาพฟัน มีการตรวจประเมินว่าทำการรักษาใน รพ.สต.ได้หรือไม่ แต่ถ้าเกินศักยภาพที่ รพ.สต.จะทำได้เราก็จะส่งต่อไปที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ เพื่อให้แพทย์ที่มีความชำนาญทำการรักษาต่อไป
ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล เปิดเผยถึงกรณีการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในสังกัดฯ ว่า ในการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ที่ต้องใช้งบประมาณนั้น ทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ ตั้งแต่การสำรวจความต้องการ หรือ รพ.สต. ร้องขอ เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณา จากนั้นได้แจ้งประกาศทางเว็บไซต์ของ อบจ. ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
โดยครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จัดซื้อล่าสุด ประกอบด้วย ยูนิตทำฟัน เครื่องตรวจอวัยวะภายในด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ชนิดสี 2 หัวตรวจ ระบบบันทึกข้อมูล เพื่อใช้สำหรับปฏิบัติงานสังกัด อบจ. และหุ่นจำลองฝึกปฏิบัติการ งบประมาณรวม 54,493,880 บาท โดย อบจ. มีการกำหนดราคากลางในการจัดซื้อที่ชัดเจน ถูกต้อง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องตามการประกาศรายละเอียดข้อมูลราคากลาง และการคำนวณราคากลางเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐ ที่มาจากการสืบราคาจากท้องตลาด พี่น้องประชาชนสามารถตรวจสอบได้
ส่วนความจำเป็นในการจัดซื้อ เนื่องจากอุปกรณ์ที่ รพ.สต. มีอยู่นั้น อบจ. ถ่ายโอนมาพร้อมกับ รพ.สต. มีสภาพเก่า จึงจำเป็นต้องเร่งจัดหาครุภัณฑ์การแพทย์เพื่อพัฒนา รพ.สต. ทั้ง 182 แห่ง ไปสู่การขับเคลื่อนและปฏิรูปงานด้านสาธารณสุขระบบสุขภาพปฐมภูมิให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อลดความแออัดจากโรงพยาบาลขนาดใหญ่ และให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวก โดยระยะเร่งด่วนได้พัฒนาศักยภาพการรักษาพยาบาลของ รพ.สต. ดำเนินการจัดหาเครื่องมือและครุภัณฑ์การแพทย์ ส่วนความกังวลว่าจัดซื้อแล้วจะได้ใช้หรือไม่ ตอบอย่างชัดเจนว่า ได้ใช้อย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น อบจ. มีนโยบายบูรณาการงานด้านสาธารณสุขร่วมกันระหว่าง รพ.สต. และ รพ.ประจำอำเภอ 32 แห่ง รวมถึง รพ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.), รพ.เทพรัตน์นครราชสีมา และ รพ.มหาราชนครราชสีมา
“ในฐานะนายก อบจ.นครราชสีมา ขอทำความเข้าใจและอยากให้ประชาชนเชื่อมั่นในความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของการบริหารจัดการด้านงบประมาณ ทุกบาททุกสตางค์เราคำนึงถึงความคุ้มค่า เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ โดยพี่น้องประชาชนสามารถติดตามการทำงานและการใช้จ่ายงบประมาณของ อบจ. ได้ทางเพจองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา หรือทางเว็บไซต์องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา” ดร.ยลดาฯ กล่าว
แบ่งปัน