แบ่งปัน
เกาะติดเมกะโปรเจ็กต์ LRT รถไฟรางเบารอบเมืองโคราช มูลค่าการลงทุนกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท หลังเปิดเวทีถกเครียดรับฟังความเห็นประชาชน ช่วงที่ 3 โครงการศึกษาแผนแม่บทจราจรและแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองนครราชสีมา ส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่ขอเพิ่มเติมเรื่องเส้นทางการเดินรถตามความเหมาะสม ขณะที่ สนข. เผย เตรียมสรุปเก็บรายละเอียดรวบรวมแบบแผนฉบับสมบูรณ์ ส่งต่อกระทรวงคมนาคม ก่อนเสนอต่อ ครม.เพื่อลงมติเห็นชอบ หากได้รับการอนุมัติก็เดินหน้าต่อตามขั้นตอนที่วางไว้ พร้อมเดินเครื่องตอกเสาเข็มก่อสร้างช่วงปี 2563 คาดได้ใช้จริงปี 2566

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2560 ณ ห้องลำตะคอง โรงแรมแคนทารีโคราช จ.นครราชสีมา สำนักงานนโยบายแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้จัดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามโครงการศึกษาแผน แม่บทพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองนครราชสีมา โดยมี นายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นายวิจิตต์ นิมิตรวานิช นักวิชาการขนส่งทรงคุณวุฒิ สนข. ร่วมเป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็น โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ประชาชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมประชุม ประมาณ 300 คน โดยผู้ที่ถูกเชิญมาร่วมรับฟังในครั้งนี้เน้นไปที่ผู้ที่ได้รับผลกระทบในเขตเทศบาลนครฯ ตามถนนมุขมนตรี และถนนโพธิ์กลาง จากกรณีการออกแบบระบบรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit) หรือ LRT เพื่อรับฟังปัญหาและหาแก้ไข

นายวิจิตต์ นิมิตรวานิช นักวิชาการขนส่งทรงคุณวุฒิ สนข. กล่าวว่า การเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นครั้งนี้ เพื่อต้องการรับทราบถึงปัญหาและสิ่งที่ประชาชนในพื้นที่ต้องการให้แก้ไขและเพิ่มเติม เพราะที่ผ่านมาเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย แต่ยังมีอีกบางส่วนที่ยังไม่เข้าใจในแผนแม่บท ดังนั้นเราจะต้องทำความเข้าใจให้กลุ่มคนเหล่านั้นได้เห็นถึงประโยชน์ในระยะยาว โดยเฉพาะการแก้ปัญหาจราจรของเมืองโคราชที่กำลังมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด หากไม่เตรียมแผนรองรับเอาไว้ ในอนาคตจะจะเกิดวิกฤตด้านการจราจรอย่างแน่นอน

นายวิจิตต์ฯ กล่าวอีกว่า ระบบขนส่งรางเบา จะเป็นการช่วยแก้ปัญหาการจราจรอย่างยั่งยืน และไม่ก่อให้เกิดมลพิษตามแนวเส้นทางของระบบ LRT ที่สำคัญแผนแม่บทได้จัดระบบการจราจรไว้อย่างชัดเจน เพื่อแก้ปัญหาและอำนวยความสะดวกการสัญจรของรถยนต์ ส่วนพ่อค้าแม่ค้าผู้ประกอบการที่เกรงว่าจะเกิดผลกระทบต่อการค้าขาย เพราะลูกค้าที่จะมาซื้อสินค้าไม่มี

ที่จอดรถ เรื่องนี้ตนอยากให้มองกลับกันว่า รถ LRT จะเป็นทางเลือกใหม่ ที่จะทำให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเขาไม่ต้องนำรถมาจอดหน้าร้าน  สามารถนั่งรถ LRT แล้วก็ลงซื้อสินค้าได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาหาที่จอดให้ยุ่งยาก และในแต่ละวันก็จะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการได้ตลอดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องจอดรถอีกต่อไป ซึ่งตรงนี้อยากให้บรรดาพ่อค้า แม่ค้า ได้เข้าใจและมองถึงอนาคตเป็นหลัก

ส่วนปัญหาที่หลายฝ่ายกังวลว่า ถนนในเมืองค่อนข้างแคบจะทำให้เกิดปัญหารถติดหรือไม่นั้น นายวิจิตต์ฯ กล่าวว่า การนำระบบ LRT  มาใช้ ได้มีการสำรวจและทำวิจัยอย่างรอบคอบและรอบด้าน โดยระบบ LRT จะเป็นระบบที่เหมาะกับเมืองที่ถนนค่อนข้างแคบ เนื่องจากสามารถควบคุมการเดินรถให้อยู่ในแนวรางได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งรูปแบบเบื้องต้นของ LRT ได้เสนอให้วิ่งตรงกลางถนน (โดยเฉพาะถนนมุขมนตรีและถนนโพธิ์กลาง) และในระหว่างที่ไม่มีรถ LRT วิ่งผ่าน ประชาชนทั่วไปที่ใช้รถก็สามารถใช้พื้นที่บนแนวรางร่วมกับ LRT ได้ ดังนั้น LRT ก็เสมือนเป็นรถยนต์ประเภทหนึ่งที่วิ่งตามกระแสจราจรปัจจุบัน แต่มีความทันสมัย ตรงเวลา ปลอดภัย และบรรทุกผู้โดยสารได้จำนวนมาก ส่วนการจอดรถข้างทางในบริเวณที่ไม่ใช่สถานี LRT สามารถจอดได้ตลอดเวลา แต่จุดไหนที่เป็นสถานีจะจอดได้เฉพาะช่วงที่ไม่มี LRT วิ่งมา ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะทำให้ผู้สัญจรมีวินัยในการใช้ถนน ทำให้เมืองมีความเป็นระเบียบมากขึ้น

“วันนี้เราเพียงมาขอความคิดเห็นเพิ่มเติมและทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ เพราะโครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ระบบรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit) หรือ LRT ขณะนี้เป็นเพียงแผนแม่บท หลังจากนี้ไปอีกประมาณ 3 เดือน เราจะต้องรวบรวมรายละเอียดให้ได้มากที่สุด เพื่อสรุปส่งไปยังกระทรวงคมนาคมพิจารณาและส่งต่อเข้า ครม.เพื่อพิจารณาเห็นชอบว่าจะอนุมัติหรือไม่ และคาดว่าถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ครม.อนุมัติเราก็จะเริ่มเดินเครื่องตอกเสาเข็มดำเนินโครงการทันทีในปี 2563 และทุกอย่างก็จะเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ประมาณปี 2566 ซึ่งโครงการนี้จะใช้เงินลงทุนคร่าวๆ ประมาณ 32,000 ล้านบาท

ต่อข้อซักถามถึงการเสนอให้ สนข.ทำการทดลองวิ่งก่อนการก่อสร้างนั้น นายวิจิตต์ฯ กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการทดลองวิ่ง เพราะจะต้องสร้างรางของจริงขึ้นมาซึ่งมันค่อนข้างยาก ดังนั้นอาจใช้การทำอนิเมชั่น เพื่อจำลองภาพให้เห็นภาพที่ชัดเจน คงไม่สามารถสร้างรางเพื่อทดลองวิ่งได้ ส่วนที่เสนอให้ใช้รถบัสทดลองวิ่งตามเส้นทางที่ออกแบบไว้นั้นถือเป็นสิ่งที่ดี สามารถทำได้

ผู้สื่อข่าวถามต่อถึง ความคุ้มค่าการลงทุนที่ตามแผนระบุว่า จะมีกำไรในช่วงระยะเวลา 13-14 ปีนั้น นายวิจิตต์ฯ กล่าวว่า “ไม่มีระบบขนส่งสาธารณะใดที่จะมีกำไร และไม่มีเอกชนไหนกล้ามาลงทุน ดังนั้นรัฐจะต้องออกมาดูแลเรื่องนี้ด้วย ขณะเดียวกันก็ต้องมองถึงความคุ้มค่าทางสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งโครงการนี้เชื่อว่าจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนส่วนมาก” นายวิจิตต์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

แบ่งปัน