แบ่งปัน

สนามการเมืองท้องถิ่นโคราชเดือด  หลังจาก กกต.เปิดรับสมัครเลือกตั้ง นายกฯ อบจ. และ ส.อบจ.พร้อมกันทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 2-6 พ.ย. 63 จับตา 5 กลุ่มเสนอตัวลงชิงเก้าอี้นายกฯ หวังชิงเค้กก้อนโตกว่า 4,000 ล้านบาท  ขณะที่นักวิชาการอดีตประธานหอการค้าฯ เผยเลือกตั้งครั้งนี้ สู้กันสุดเดือด คาดเงินสะพัดกว่า 3,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 ที่ อาคารชาติชายฮอลล์ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ นายไพศาล สุนทรเผ่าจินดา ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่รับสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) และ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา ได้ทำการปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ หลังจากดำเนินการเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 2 – 6 พฤศจิกายน 2563 และจะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563

สำหรับจำนวนยอดผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ.นครราชสีมา ทั้ง 48 เขต จาก 32 อำเภอ มีผู้สมัครจำนวนทั้งสิ้น 173 คน ส่วน ผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา ลงชิงตำแหน่ง จำนวน 5 คน ได้แก่ ดร.สาธิต ปิติวรา จากคณะก้าวหน้า เบอร์ 1, ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล กลุ่มร่วมสร้างโคราชโฉมใหม่ เจ้าของโรงงานแป้งมันขนาดใหญ่ของโคราช “เอี่ยมเฮง” แห่ง อ.เสิงสาง เบอร์ 2, นพ.สำเริง แหยงกระโทก กลุ่มรักโคราช อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา เบอร์ 3, นายวิทูรย์ ชาติปฏิมาพงษ์ กลุ่มอิสระ เจ้าของฉายา “แก้ว ด๊ะดาด” ซึ่งเป็นอดีตนายก อบจ.นครราชสีมาหลายสมัย เบอร์ 4 และ ผู้สมัครคนสุดท้าย นายตรีเพชร พรหมนิติพันธุ์ กลุ่มพรรคชาติไทย เบอร์ 5

อย่างไรก็ตามรูปแบบการหเสียงทาง กกต. ได้มีข้อห้ามข้าราชการการเมือง  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ไม่สามารถหาเสียงเลือกตั้งช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ และทาง กกต. จะคุมเข้มปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเลือกตั้งดำเนินไปด้วยความโปร่งใส และยุติธรรม

สำหรับ จ.นครราชสีมา เป็นสนามเลือกตั้งใหญ่  จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งตามทะเบียนราษฎร์ 2,102,540 คน  4,660 หน่วยเลือกตั้ง 32 อำเภอ

ด้าน นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ อดีตเลขาธิการหอการค้าภาคอีสาน และนักวิชาการอิสระโคราช ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงการเลือกตั้งนายก อบจ.และ ส.อบจ.นครราชสีมา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคม 2563 นี้ว่า “ในการเลือกตั้งนายก อบจ.นครราชสีมา ครั้งนี้มีผู้ให้ความสนใจลงสมัครหลายราย เนื่องจาก อบจ.นครราชสีมา มีงบประมาณบริหารปีละกว่า 4,000 ล้านบาท หากรวมวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ก็ประมาณสูงถึง 12,000 ล้านบาท เลยทีเดียว

ดังนั้น จึงคาดว่าจะมีการต่อสู้กันอย่างดุเดือด โดยผลคะแนนที่คาดว่าจะชนะการเลือกตั้งได้นั้น ต้องได้ไม่น้อยกว่า 500,000 คะแนน หากมีการใช้เม็ดเงินเพื่อซื้อเสียง คนละ 1,000 บาท ก็คาดว่าจะต้องใช้เงินสูงถึง 500 ล้านบาท แต่ปัจจุบันพฤติกรรมของประชาชนทุกวันนี้เปลี่ยนไป การจะซื้อเสียงด้วยเงินเท่านี้ อาจจะยังไม่จูงใจมากนัก เพราะทุกวันนี้ค่าแรงขั้นต่ำก็สูงขึ้น

อีกทั้งยังมีนโยบายของรัฐบาลแจกเงิน 3,000 บาทบ้าง 15,000 บาทบ้าง ก็ทำให้เกิดการเปรียบเทียบ ดังนั้น จึงอาจจะต้องมีการใช้เงินซื้อเสียงสูงถึงคนละ 2,000 บาท หรือผู้สมัครแต่ละคนใช้เงินกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อที่จะให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งนายก อบจ.ครั้งนี้”

รักใคร ชอบใคร เชียร์ใคร และอยากได้ใครมาเป็นตัวแทนเพื่อดูแลปากท้องของเรา ให้ออกไปใช้เสียงบริสุทธิ์ของท่านในวันที่ 20 ธันวาคม 2563

 

แบ่งปัน