หอการค้าโคราช หารือภาครัฐ เอกชน เสนอตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประกอบการ ยื่น 6 มาตรการ ด้านเงินทุน, ด้านการตลาด, ด้านการท่องเที่ยว, ด้านการการกระตุ้นเศรษฐกิจ, ด้านการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ, และด้านอื่น ๆ เพื่อฟื้นฟูธุรกิจหลังได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19
นายชัชวาล วงศ์จร ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังจากการประชุมหารือร่วมภาครัฐ-ภาคเอกชน เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการและภาคเอกชน ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด -19 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2563 ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลาง จ.นครราชสีมา ทางหอการค้าจังหวัดฯ ได้นำเสนอให้จังหวัดร่วมกับภาคเอกชน เร่งตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนในทุกเรื่อง ซึ่ง นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้มอบหมายให้ นายอภินันท์ เผือกผ่อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เป็นประธานศูนย์ให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ทันที โดยมีหน่วยงานภาครัฐ อาทิ พาณิชย์จังหวัด สาธารณสุข คลังจังหวัด รวมถึง หอการค้า สภาอุตสาหกรรม ศูนย์การค้า ชมรมธนาคาร และผู้ประกอบการอีกหลายราย ร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน
ซึ่งได้สรุปร่างมาตรการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟู 6 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านเงินทุน ซึ่งจะมีมาตรการการชำระคืนเงินกู้ Soft Loan, การจ่ายเงินช่วยเหลือล่าช้า เช่น เงินประกันสังคม, หลักเกณฑ์การพิจารณาเงินกู้ของแต่ละธนาคารแตกต่างกันไม่ครอบคลุมประเภทผู้ประกอบการ จึงขอให้พักชำระค่าดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 1 ปี, วงเงินกู้ของธนาคารแห่งประเทศไทยให้กระจายไปแต่ละแบงค์ตามพอร์ทของลูกค้า, หาแหล่งเงินกู้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยและรายใหม่ ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน, ขยายวงเงินกู้บ้านจาก 3 ล้าน เป็นไม่กำหนดวงเงิน และขอให้ผ่อนผันการชำระหนี้ของผู้ประกอบการรายย่อย กรณีผิดนัดชำระ
2.ด้านการตลาด ให้เตรียมการด้านงบประมาณจังหวัด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัด โดยการจัดกิจการส่งเสริมการตลาดประเภทต่าง ๆ เช่น ตลาดสินค้าเกษตร ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้าภายในจังหวัดรวมทั้ง เตรียมความพร้อมสนับสนุนให้มีการเปิดตลาดสินค้าวัสดุก่อสร้าง, บริหารจัดการปริมาณข้าวหอมมะลิให้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ และเพียงพอต่อปริมาณการส่งออกตลาดต่างประเทศที่มากขึ้น และเข้าไปดูแลเรื่องการขนส่ง ที่ยังติดหลักเกณฑ์ตามมาตรการป้องกันโควิค ทำให้การขนส่งไปยังพื้นที่ปลายทางล่าช้า, การเปิดพื้นที่บางส่วนภายในห้างสรรพสินค้า เพื่อจำหน่ายสินค้าเกษตร / OTOP /ผลิตภัณฑ์ชุมชนภายในจังหวัด และขอให้จังหวัดกับหน่วยงานต่าง ประชาสัมพันธ์การจำหน่ายสินค้าเกษตรให้ผู้บริโภครับทราบ
3.ด้านการท่องเที่ยว ขอให้เตรียมความพร้อมด้านสถานที่ บริการ สินค้า และส่วนที่เกี่ยวข้องด้านต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย, ส่งเสริมให้จังหวัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, ให้โรงแรมในจังหวัดสามารถจัดการประชุมสัมมนาได้ แต่ต้องเป็นจังหวัดในจังหวัดเท่านั้น ไม่รับคนจากจังหวัดอื่นมาประชุมในพื้นที่ และขอให้เตรียมการจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจกแถม ขายของห้อง ขายแพ็คเกจล่วงหน้า
4.ด้านการการกระตุ้นเศรษฐกิจ เตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมด้านต่าง ๆ, ขอให้บุคลากรภาครัฐสนับสนุนการซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการภายในจังหวัด, สนับสนุนสินค้าภายในจังหวัด เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ เช่น หมี่โคราช ฯลฯ, ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมประกอบการค้าเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย, ให้มีการการผ่อนคลายมาตรการภายในจังหวัด, เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณตามโครงการของรัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และจัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติการจัดสรรงบประมาณจากจังหวัด และ ททท.
5.ด้านการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ให้ตรวจสอบการดำเนินโครงการคนไทยไม่ทิ้งกัน ควรใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลภาครัฐที่มีอยู่แล้ว ส่วนมาตรการช่วยเหลือด้านการสื่อสารของ กสทช. และไปรษณีย์ ไม่ควรต้องลงทะเบียน แต่ควรเปิดให้ประชาชนใช้บริการได้ทุกคน
6.ด้านอื่น ๆ ให้การจำกัดบุคคลภายนอกในการเดินทางเข้าจังหวัด โดยอนุญาตเป็นรายบุคคล, การงดจัดกิจกรรมที่มีจำนวนคนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เช่น งานวิ่ง, การขนส่งสินค้าข้ามจังหวัด ต้องมีการลงทะเบียน การตรวจเช็ค ส่วนบุคคลที่เดินทางข้ามจังหวัดต้องมีการตรวจคัดกรอง รวมถึง มีการออกตรวจประเมินสถานการณ์เป็นระยะๆ
ทั้งนี้ ร่างมาตรการทั้ง 6 ด้านนี้ จะเร่งสรุปข้อเสนอแล้วนำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วน พร้อมทั้งทำเรื่องส่งไปยังส่วนกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยด่วน ภายในสัปดาห์หน้า






























