แบ่งปัน
ปัญหาประกาศเขตโบราณสถานทับที่ชาวบ้าน ที่พิมายกว่า 2,658 ไร่  ยังไม่ได้ข้อยุติ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ชงตั้งกรรมการระดับจังหวัดหาแนวทางแก้ปัญหาใหม่

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ห้องประชุมนางสาวบุญเหลือ ชั้น 2  ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย นายชวลิต ธูปตาก้อง ที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน, นายสมศักดิ์ แสนหิรัณย์ เลขานุการผู้ตรวจการแผ่นดิน, นายกมลธรรม วาสบุญมา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะ ได้ประชุมร่วมกับ นางปิยะฉัตร อินสว่าง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, นายพนมบุตร จันทรโชติ รองอธิบดีกรมศิลปากร ,หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัวแทนชาวอำเภอพิมายที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเร่งถกประเด็นการแก้ไขปัญหา กรณีกรมศิลปากรกำหนดเขตพื้นที่โบราณสถานเมืองพิมายทับซ้อนกับที่ดินของประชาชน อีกทั้งการกำหนดเขตโบราณสถานดังกล่าว ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ ทำให้ประชาชนในพื้นที่เดือดร้อนกว่า 1,600 ราย

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ร่วมประชุมวันนี้ เป็นการลงพื้นที่ต่อเนื่อง หลังจากได้ตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่มีการประกาศเขตโบราณสถานเมืองพิมาย และรับฟังสภาพปัญหาปัจจุบันจากประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พบว่า กรณีกรมศิลปากรได้จัดทำรายงานการสำรวจกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน และจัดทำผังบริเวณและแนวเขตโบราณสถานเมืองพิมาย ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ครอบคลุมพื้นที่ 2,658 ไร่ 25 ตารางวา เพื่อเตรียมการประกาศกำหนดเขตที่ดินให้เป็นโบราณสถานเมืองพิมาย ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ

และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ทับซ้อนกับที่ดินซึ่งประชาชนอาศัยทำกินมานานและมีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งการกำหนดเขตโบราณสถานดังกล่าว ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ รวมถึงมีชาวบ้านเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้รับหนังสือแจ้งการกำหนดเขตโบราณสถานดังกล่าวมาก่อน ทำให้ชาวบ้านกว่า 1,600 ราย ได้รับความเดือดร้อนและเกิดความเสียหาย

จากกรณีดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเมืองพิมายจำนวน 300 กว่าราย ยื่นฟ้องกรม ศิลปากรและอธิบดีกรมศิลปากรต่อศาลปกครองนครราชสีมา ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนประกาศการกำหนดเขตที่ดิน โบราณสถานเมืองพิมาย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองนครราชสีมา แต่อย่างไรก็ดี ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ยังมีประเด็นปัญหาและข้อกังวลใจใน 3 ประเด็น คือ 1) กรณีสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา แจ้งความดำเนินคดีกับชาวบ้านในข้อหาบุกรุกโบราณสถาน 2) การกำหนดแนวเขตโบราณสถานเมืองพิมายที่ยังไม่ชัดเจนของสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา

และ 3) กรณีกรม ศิลปากรมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้เมืองพิมายเป็นมรดกโลก มีแผนการดำเนินการ และจะส่งผลกระทบกับชาวบ้านในพื้นที่ อย่างไรในวันนี้จึงประชุมเร่งหาข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกับ นางปิยะฉัตร อินสว่าง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, นายพนมบุตร จันทรโชติ รองอธิบดีกรมศิลปากร, นายจารึก วิไลแก้ว ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา

นายเลิศพันธุ์ สินบรรเลงเสนาะ นายอำเภอพิมาย, นายดนัย ตั้งเจิดจ้า นายกเทศมนตรีตำบลพิมาย, นายชุติมา จันทน์เทศ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย และตัวแทนประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ  เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ทุกฝ่ายและหาทางออกร่วมกัน นำไปสู่การบรรเทาความเดือดร้อน ลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ของประชาชนในพื้นที่ นำมาซึ่งความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้มติตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดขึ้นมา 1 ชุด โดยมีผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นประธาน และมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวแทนของประชาชนอำเภอพิมายที่ได้รับผลกระทบเป็นกรรมการ เพื่อสรุปประเด็นปัญหาและเสนอแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน โดยในเบื้องต้นคณะกรรมการชุดนี้จะไปพิจารณาทบทวนการกำหนดเขตโซนนิ่งโบราณสถานใหม่ ซึ่งเดิมครอบคลุมพื้นที่ 2658 ไร่ 25 ตารางวา,

ส่วนการยกเลิกประกาศเขตโบราณสถานเมืองพิมายนั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นกฎหมายต้องถือปฏิบัติ  สำหรับกรณีที่สำนักศิลปากรที่ 10 กรมศิลปากรแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่บุกรุกโบราณสถานนั้น ขณะนี้เรื่องอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลแล้ว ไม่สามารถถอนแจ้งความได้  ส่วนกรณีที่ชาวบ้านร้องขอความคุ้มครองจากศาลปกครองเรื่องก็อยู่ในชั้นพิจารณาของศาลปกครองแล้วเช่นกัน ซึ่งคาดว่าการพิจารณาของคณะกรรมการชุดนี้ต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลหลักฐานและข้อเท็จจริงสักระยะหนึ่ง จึงจะหาข้อสรุปได้

 

แบ่งปัน