‘แสนสิริ’ โชว์ยอดขายไตรมาสแรกสวยหรู โกยไป 7,000 ล้านบาท เกินเป้าสูงสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่โครงการ “สราญสิริ โคราช” ถนนเลี่ยงเมือง (บายพาส) กระแสตอบรับดีเกินคาด ยอดขายโตกว่า 70% หลังเปิดเฟสแรกมียอดขายกว่า 150 ล้าน ส่วนข่าวล้มโครงการคอนโดหรูสูงระฟ้า “เดอะ เบสไฮท์–โคราช” มูลค่า 2,500 ล้านบาทพร้อมประกาศขายเป็นเรื่องจริง ชี้หากประเมินราคาที่ดินแล้วพบว่ามีผลกำไรเพิ่มขึ้นมากกว่านำมาพัฒนาต่อก็ขายทันที

นายเมธา อังวัฒนพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริมีความรู้สึกยินดีอย่างมากที่โครงการบ้านเดี่ยว “สราญสิริ โคราช” ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างท่วมท้น มียอดขายไปแล้วกว่า 150 ล้านบาท หรือขายไปได้ถึง 70% ของการเปิดเฟสแรก ที่มาของความสำเร็จเพราะลูกค้าชื่นชอบในการดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ สง่างาม ไม่ซ้ำใคร หยิบนำเอาความเป็นท้องถิ่นโคราชมาออกแบบได้โมเดิร์นได้อย่างลงตัว และทำเลศักยภาพบนถนนเลี่ยงเมือง (บายพาส) ซึ่งเป็นเส้นทางเข้า-ออกประตูอีสานสายหลัก โครงการตั้งอยู่บนถนนเลี่ยงเมือง ที่ไม่ต้องเจอกับรถติดในตัวเมืองโคราช ที่สำคัญยังเป็นทำเลที่น้ำไม่ท่วม เดินทางเข้าออกตัวเมืองได้อย่างสะดวกสบาย โดยใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที ถึงเดอะมอลล์ โคราช, โรงพยาบาลมหาราช, โรงพยาบาลเซนต์แมรี่ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งคลับเฮาส์ส่วนตัว ที่มีต้นไม้ล้อมรอบ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องออกกำลังกาย และพื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่ สวนส่วนกลางพื้นที่ถึง 2 ไร่ ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนโคราช จึงทำให้ได้รับการตอบรับจากอบอุ่น จากลูกค้าที่เชื่อมั่นและไว้วางใจในแบรนด์ของแสนสิริ ซึ่งนับว่าน่าพอใจอย่างมาก

“สำหรับมุมมองบ้านเดี่ยวในโคราช คาดว่ายังคงมีดีมานด์ต่อเนื่องจากผู้บริโภค โดยเฉพาะระดับราคาที่ 3 ล้านบาท ในทำเลนอกเมือง อย่างทำเลของโครงการสราญสิริโคราช บนถนนเลี่ยงเมือง (บายพาส) เป็นทำเลใหม่ของโคราชที่น่าจับตา เพราะมีจำนวนความต้องการที่อยู่อาศัยมากมาย จากผู้ที่ต้องการหลีกหนีการจราจรที่ติดขัดในตัวเมือง จึงทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยขยายไปสู่นอกเมืองแทนที่จะกระจุกตัวอยู่แค่ในเมือง ทั้งนี้มองว่าโคราชเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูง คาดว่าจะเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญทางภาคอีสาน รับอานิสงส์จากศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ที่เปิดให้บริการ รวมถึงในอนาคตที่จะมีโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย-นครราชสีมา และมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ก็น่าจะดันความต้องการที่อยู่อาศัยสูงขึ้นและหนุนให้โคราชเติบโตอีกในอนาคต” นายเมธาฯ กล่าว
ส่วนภาพรวมบริษัทในปี 2560 บริษัทสามารถปิดยอดขายไตรมาสแรก ได้สูงถึง 7,000 ล้านบาท เกินจากเป้าหมายที่วางไว้และนับว่าสูงที่สุดในรอบ 3 ปีของการสร้างยอดขายไตรมาสแรก ทั้งที่ไม่ได้มีการจัดงานขายใหญ่ อาทิ การจัดงาน แสนสิริ ไลฟ์ คัมส์ โฮม ดังที่ได้รับการตอบรับที่ดีในช่วงที่ผ่านมา โดยสร้างยอดขายหลักจากตลาดต่างชาติ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากการนำโครงการ “เดอะ ไลน์ พหลฯ – ประดิพัทธ์” คอนโดมิเนียมโครงการล่าสุด ภายใต้ความร่วมมือระหว่างแสนสิริ และ บีทีเอส กรุ๊ป จำนวนทั้งสิ้น 981 ยูนิต มูลค่า 5,800 ล้านบาท เปิด Global Launch เต็มรูปแบบใน 4 ประเทศ ได้แก่ ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และจีน และมีลูกค้าให้ความสนใจเข้าร่วมงานโรดโชว์ในทั้ง 4 ประเทศจำนวนมาก ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมจากตลาดต่างชาติในช่วงไตรมาสแรกนี้สูงถึง 1,700 ล้านบาท

นอกจากนี้บริษัทยังประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวโครงการ “98 Wireless” (ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส) โครงการแฟลกชิปคอนโดมิเนียมที่ดีที่สุดบน ถ.วิทยุ ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนมีนาคม รวมทั้งการได้รับการตอบรับที่ดีจากยอดขายโครงการแนวราบตั้งแต่ไตรมาสแรก ทั้งการปิดการขาย โครงการ “สิริ อเวนิว สายไหม” อาคารพาณิชย์ดีไซน์โมเดิร์น สไตล์ นิวยอร์คลอฟต์ใหม่ ใจกลางย่านสายไหม มูลค่าโครงการ 100 ล้านบาทได้ทันทีตั้งแต่ 2 ชั่วโมงแรกในวันเปิดขายอย่างเป็นทางการ รวมทั้งโครงการทาวน์เฮาส์ใจกลางสุขุมวิท 77 “การ์เด้นท์ สแควร์ สุขุมวิท 77” ราคาเฉลี่ย 15 ล้านบาท ที่สร้างยอดขายไปได้ถึง 70 % จากการเปิดบ้านตัวอย่างใหม่ดีไซน์พิเศษ ที่เปิดให้สัมผัสกลิ่นอายแห่งลอนดอน ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมในช่วงไตรมาสแรกได้สูงถึง 7,000 ล้านบาทในที่สุด
“ภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2560 คาดว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ จะหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อาทิ แรงหนุนจากการฟื้นตัวของการใช้จ่ายในประเทศ และภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตต่อเนื่อง รวมทั้งการผลักดันโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมมากขึ้น ขณะที่ในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภาคเอกชนรายใหญ่ควรมีบทบาทในการช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่สร้างความเชื่อมั่นให้อุตสาหกรรมกลับมา

สำหรับกลุ่มแสนสิริ มีการวางเป้าหมาย โดยวางแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาส 2 นี้ ด้วยแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีกประมาณ 4 โครงการ มูลค่ารวม 12,600 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม ภายใต้บริษัทร่วมทุนกับบีทีเอส 2 โครงการ และโครงการบ้านเดี่ยว 2 โครงการ ได้แก่ โครงการบุราสิริ วัชรพล และ โครงการคณาสิริ ปิ่นเกล้า-กาญจนา โดยตั้งเป้ายอดขายไตรมาส 2 สูงถึง 10,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 40% จากยอดขายไตรมาสแรกที่ทำได้ 7,000 ล้านบาท”

นายเมธาฯ ยังกล่าวถึงโครงการ “สราญสิริโคราช” ว่า โครงการนี้มีมูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ 59 ไร่ ถ.เลี่ยงเมืองนครราชสีมา ออกแบบมีเอกลักษณ์ โดดเด่นตั้งแต่ทางเข้าโครงการที่มีรูปปั้นหลอดด้าย โลหะสีทองแดง บอกเล่าเรื่องราวความเป็นท้องถิ่นของโคราช สืบเนื่องไปถึงคลับเฮาส์ที่ ใช้ความพริ้วไหวและมันวาวที่เป็นเอกลักษณ์ของผ้าไหมหางกระรอก มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ ตลอดจนการออกแบบบ้านที่นำความเป็นโคราช โดยใช้สีสันของเครื่องปั้นดินเผา มาเป็นโทนสีหลักของแบบบ้าน เน้นเส้นสายที่ทันสมัย เรียบง่าย เสริมด้วยกรอบแนวยาว ช่วยดึงสายตาและเน้นความกว้างของหน้าบ้านให้ชัดเจนขึ้น รวมทั้งการเพิ่มพื้นที่ระเบียงเปิดมุมมองให้กว้างขึ้น และเลือกใช้ราวกันตกกระจกโปร่งใส ให้ความรู้สึกทันสมัย อบอุ่น โดดเด่นและแตกต่าง แต่ก็ไม่เสียความเป็นส่วนตัว มีจำนวนทั้งสิ้น 251 หลัง ขนาดที่ดิน 50.20-139.30 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 116 – 188 ตารางเมตร มีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 4 แบบ พร้อมจัดโปรโมชั่น ดอกเบี้ยพิเศษ 2.99% นาน 3 ปี ราคาเริ่มต้นที่ 3.99 บาท สอบถามข้อมูลโครงการเพิ่มเติม โทร. 044-938940-1 หรือ Call Centre 1685

ต่อข้อซักถามถึงการประกาศขายที่ดินบริเวณโครางการ “เดอะเบสไฮท์-โคราช” ของแสนสิริ ผู้บริหารฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องจริงเนื่องจาก “แสนสิริกำลังอยู่ในระหว่างการประเมินราคาที่ดินในปัจจุบัน ว่าราคาขึ้นสูงกว่าราคาที่ดินเดิมที่แสนสิริซื้อเมื่อ พ.ศ.2556 มากน้อยอย่างไร ซึ่งหากราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นมากจนมากกว่าผลตอบแทนของการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมแล้ว แสนสิริก็อาจจะขายที่ดินผืนนี้ต่อไป เพื่อจะได้โฟกัสการดำเนินธุรกิจใน จ.นครราชสีมาไปสู่การพัฒนาโครงการแนวราบ คือ โครงการสราญสิริ โคราช มากขึ้น หลังจากเราได้ประเมินแล้วว่า ยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวอยู่ในระดับสูง































