แบ่งปัน
สถานทูตแคนาดา ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และชุมชนคลองปลากั้ง พัฒนาเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติเชิงนิเวศแห่งแรกของ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต 60 ปีไทย – แคนาดา พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน “Klong Plakang Trail” สำหรับเดินป่าอุทยานแห่งแรกของประเทศไทย ส่งเสริมการเรียนรู้เส้นทางธรรมชาติ ข้อมูลพืชพันธุ์ไม้ สมุนไพร และสัตว์ป่า อาทิ นก เก้ง หมี กระทิง และช้าง ที่พบตลอดเส้นทาง พร้อมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมบริหารจัดการ เพื่อเป็นต้นแบบนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

วันที่ 1 กรกฎาคม 2566  ณ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ขญ. 4 (คลองปลากั้ง) อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นางซาราห์ เทย์เลอร์ เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย  เป็นประธานเปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ “เทรลคลองปลากั้งมิตรภาพไทย-แคนาดา” โดยมี นายชรินทร์ ทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา อ. ดร.มัลลิกา สังข์สนิท รองอธิการบดีฝ่ายพันธกิจสัมพันธ์ นวัตกรรม และความเป็นผู้ประกอบการ มทส. นายเชษฐพันธ์ มากสัมพันธ์ อธิบดีกรม อเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ       นายสว่าง กองอินทร์  ผู้ตรวจราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนจังหวัดนครราชสีมา รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจ ชุมชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับและร่วมเป็นเกียรติในพิธี

ทั้งนี้พิธีเปิด“เทรลคลองปลากั้งมิตรภาพไทย-แคนาดา” ได้รับเกียรติจาก คณะทูตานุทูตและผู้แทนจากประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ ลาว และเกาหลีใต้ พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานองค์การภาครัฐ เอกชนจากส่วนกลางและท้องถิ่น อาทิ หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ชมรมฮักเขาใหญ่ และชุมชนท้องถิ่นเข้าร่วมงานกว่า 200  คน

นางซาราห์ เทย์เลอร์ เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย  กล่าวว่า “สืบเนื่องจากสถานทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ได้มีโอกาสร่วมสนับสนุนโครงการ ANSEE Khao-Yai ของ มทส. ผ่านกองทุนแคนาดาเพื่อการริเริ่มท้องถิ่น (Canada Fund for Local Initiatives, CFLI)  ในการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กลุ่มป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ มรดกโลก UNESCO ซึ่งโครงการดังกล่าว มทส. และสถานทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ได้ร่วมกันสร้างโรงเก็บขยะ 2 หลังพร้อมถังขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวลำตะคอง ซึ่งได้ส่งมอบให้กับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา ในครั้งนั้นได้เกิดการหารือในเบื้องต้นเกี่ยวกับการกำหนดเส้นทางเดินป่าเพื่อเป็นการรำลึกถึงมิตรภาพของทั้งสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน  เส้นทางศึกษาธรรมชาติ “เทรลคลองปลากั้งมิตรภาพไทย-แคนาดา” จึงเกิดขึ้น

โดยได้ให้การสนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการผ่านความร่วมมือระหว่าง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ชุมชนที่อยู่รายรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีที่เป็นมหาวิทยาลัยในท้องถิ่น ผ่านกองทุนแคนาดา CFLI  โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาเส้นทางเดินป่าตามธรรมชาติ ที่ส่งเสริมการศึกษาและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และเอื้อประโยชน์ต่อชุมชนรอบอุทยานแห่งชาติ และสร้างสังคมแห่งความยั่งยืน  โดยตั้งใจเลือกวันที่ 1 กรกฎาคม 2566 ซึ่งตรงกับวันชาติแคนาดา ทำพิธีส่งมอบเส้นทางนี้แก่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อเป็น ของขวัญในโอกาสครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและประเทศแคนาดา จะเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพอันยั่งยืนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ”

อ.ดร.มัลลิกา สังข์สนิท รองอธิการบดีฝ่ายพันธกิจ สัมพันธ์ นวัตกรรม และความเป็นผู้ประกอบการ มทส. เปิดเผยว่า “ภายใต้การสนับสนุนจากสถานทูตแคนาดาประจำประเทศไทย คณะนักวิจัย มทส. ได้ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พบว่าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ขญ. 4 (คลองปลากั้ง)      ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่อุทยานแห่งขาติของไทยที่มีศักยภาพ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ทั้งพันธุ์พืช นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่  ด้วยพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติฯ ตั้งอยู่ติดกับชุมชน ทำให้บ่อยครั้งที่สัตว์ป่าทั้งกวาง ช้าง และกระทิง บุกเข้าทำลายไร่ สวนของชาวบ้านจนได้รับความเสียหาย สูญเสียรายได้ และเกิดความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับสัตว์ป่า เพื่อลดความตึงเครียดระหว่างชุมชนและสัตว์ป่า การจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมเป็นทางออกหนึ่ง แนวคิดการพัฒนาเส้นทางเดินป่าตามธรรมชาติ ที่ส่งเสริมการศึกษา และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศความยั่งยืนของชุมชน และเพื่อยกระดับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นพื้นที่ต้นแบบในการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีมาตรฐานระดับสากล

การพัฒนาเส้นทางธรรมชาตินี้ ทีมนักวิจัย มทส. ได้บูรณาการองค์ความรู้ด้วยคณาจารย์จากสาขาวิชาชีววิทยา ปรีคลินิก วิศวกรรมโยธา เทคโนโลยีการจัดการ ศิลป์และศาสตร์ดิจิทัล ได้ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยาน และผู้นำชุมชนอย่างใกล้ชิด กำหนดวัตถุประสงค์หลักคือ 1. การออกแบบเส้นทาง และการปรับภูมิทัศน์เดิมให้อยู่ในสภาพที่พร้อมและปลอดภัย เช่น บูรณะหอส่องสัตว์ การก่อสร้างสะพานข้ามล้ำห้วยธรรมชาติ  2. การพัฒนาสมาร์ทเทรล ด้วยการบูรณาการรูปแบบการสื่อความหมายเดิมกับโมบายแอปพลิเคชัน เพื่อสื่อความหมายถึงความหลากหลายทางชีวภาพ เรื่องราว องค์ความรู้ชุมชน อย่างครอบคลุมและทันสมัย  3. การจัดอบรมการสื่อความหมายธรรมชาติและการเข้าถึงแอปพลิเคชันให้กับชุมชนรายรอบพื้นที่ เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับสร้างนักสื่อความหมายธรรมชาติในชุมชน

โดยเส้นทางเดินป่ามีระยะทางรวม 2 กิโลเมตร พร้อมติดตั้งแผ่นป้ายสื่อความหมายแนะนำเส้นทางตลอดเส้นทาง จำนวน 3 แผ่นป้าย ป้ายข้อมูลเด่นตามเส้นทาง (check points) จำนวน 16 แผ่นป้าย ป้ายแนะนำชื่อต้นไม้ ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ การใช้ประโยชน์ และเรื่องราวน่าสนใจ ตลอดเส้นทาง จำนวน 50 แผ่นป้าย และนิทรรศการสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดใหญ่ จำนวน 3 แผ่นป้าย ณ หอส่องสัตว์   สำหรับแอปพลิเคชัน ‘Klong Plakang Trail’ ได้ออกแบบอะนิเมชั่น วิดีโอประกอบการสื่อความหมาย สามารถเปิดชมผ่านโมบายแอพพลิเคชั่นแบบออฟไลน์ ที่มีให้เลือกชมถึง 3 ภาษาคือ

ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส ซึ่ง มทส. ได้การจัดอบรมมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ที่เป็นจิตอาสาชุมชนและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ กว่า 30 คน ถ่ายทอดเทคนิคการสื่อความหมายธรรมชาติ การใช้กล้องโทรทรรศน์ขยายภาพ การจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการเข้าถึงข้อมูลแอปพลิเคชัน โดยดาวน์โหลดผ่าน app store และ google play store   ทั้งนี้ ‘Klong Plakang Trail’ ถือเป็นแอปพลิเคชันสำหรับเส้นทางเดินป่าอุทยานเป็นครั้งแรกของประเทศ ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้  เห็นคุณค่า และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่มีอยู่ในพื้นที่

จากความสำเร็จของการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาตินี้นำไปสู่นี้เป็นผลจากความร่วมมือจากหน่วยงานของรัฐ เอกชนและชุมชนอย่างแท้จริง มทส. มุ่งมั่นในการเป็นสถาบันการศึกษาที่รับผิดชอบต่อสังคม ตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่อสร้างสังคม สร้างรายได้ สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น และพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืนต่อไป”

 

 

 

แบ่งปัน